หลายรัฐตามรอยแคลิฟอร์เนียขอให้คนอยู่บ้าน

รัฐนิวยอร์ก รัฐอิลลินอยส์ และรัฐคอนเนตทิคัตทำตามรัฐแคลิฟอร์เนียที่ขอให้ประชาชนหลายล้านคนอยู่บ้าน อันเป็นมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมแบบเข้มข้นเพื่อจำกัดการแพร่เชื้อที่ทำให้เป็นโรคโควิด-19

มาตรการของสี่รัฐนี้ครอบคลุมคนมากกว่า 75 ล้านคน หรือเกือบหนึ่งในสี่ของประชากรสหรัฐทั้งประเทศ และครองสัดส่วนร้อยละ 31 ของเศรษฐกิจประเทศ สั่งให้ที่ทำงานส่วนใหญ่ปิด ประชาชนอยู่แต่ในที่พัก ยกเว้นไปร้านขายของชำ ร้านขายยา สถานีเติมน้ำมัน และการดำเนินธุรกิจที่จำเป็น นายเจ บี พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์แถลงว่า เพื่อเลี่ยงการสูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก ทางการจำเป็นต้องออกคำสั่งให้อยู่แต่ในที่พัก (shelter-in-place) ทันที ซึ่งเป็นคำที่ใช้หมายถึงมาตรการป้องกันตัวเองในยามที่เกิดเหตุกราดยิง ด้านนายแอนดรู กัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า ประชาชนเกือบ 20 ล้านคนในรัฐนี้กำลังขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ส่วนบุคคลอย่างหน้ากากอนามัย เครื่องช่วยหายใจ รัฐจะจ่ายเงินพิเศษให้แก่บริษัทที่สามารถผลิตอุปกรณ์ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์เผยว่าเตรียมออกมาตรการลักษณะเดียวกัน

สหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-19 เกิน 18,000 คน เสียชีวิต 250 คน จนถึงเย็นวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ตัวเลขที่แท้จริงสูงกว่านี้ รัฐแคลิฟอร์เนียมีผู้ป่วยเกือบ 1,200 คน เสียชีวิต 23 คน รัฐนิวยอร์กมีผู้ป่วยเกือบ 8,000 คน กว่าครึ่งอยู่ในนครนิวยอร์ก เสียชีวิต 39 คน รัฐอิลลินอยส์มีผู้ป่วย 585 คน เสียชีวิต 5 คน รัฐคอนเนตทิคัตมีผู้ป่วย 194 คน เสียชีวิต 4 คน ส่วนรัฐวอชิงตันที่พบผู้ป่วยเป็นรัฐแรกในเดือนมกราคมมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 83 คน ได้สั่งปิดสถานบันเทิงทั้งหมดและห้ามการรวมกลุ่มกันเกิน 50 คน