เปลี่ยนภาระเป็นพลัง สูงวัยสร้างเมือง

“ผู้สูงอายุสมัยนี้จะให้กินอะไรก็ได้ ให้อยู่ยังไงก็ได้ ไม่ใช่ทางออกของสังคมไทยอีกต่อไป เพราะถ้าคนสูงอายุป่วยขึ้นมา คนวัยทำงานจะลำบากไปด้วย ดังนั้นไม่ใช่อะไรก็ได้” ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ระบุว่าจากสภาพแวดล้อมสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทยในปัจจุบัน มีส่วนผลักดันให้ผู้สูงอายุลดภาระพึ่งพิงจากลูกหลานอยู่แล้ว

สังเกตว่าปัจจุบันผู้สูงวัยหลายรายมีการทำงานในวัยเกษียณและพยายามแสดงตัวให้ลูกหลานเห็นว่ามีศักยภาพในการพัฒนาตนเองซึ่งเมื่อคนสูงวัยเหล่านี้มีความตั้งใจจริงในการทำงานและทำตัวให้มีคุณค่า ก็แสดงว่าผู้สูงอายุมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจะเรียกผู้สูงอายุว่าเป็นภาระสังคมก็ไม่ได้ เพราะพวกเขามีส่วนสร้างสังคมยกเว้นคนที่ป่วย นอนติดเตียงหรือมีภาวะพึ่งพิงจริงๆ เท่านั้น แต่ในส่วนของคนสูงวัยที่มีกำลังมีแรงและพึ่งพาตนเองได้ คนรุ่นใหม่ก็ควรจะไปสนับสนุนและส่งเสริม แต่กรณีคนสูงวัยที่พึ่งพาตนเองไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยคนรอบข้างไปช่วยดูแลและคนรอบข้างที่กล่าวมาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนในชุมชน เพราะชุมชนรู้จักสมาชิกชุมชนดีกว่ารัฐส่วนกลาง

จากรายงานการวิจัยและวิเคราะห์สถานการณ์ผู้สูงอายุของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยระบุว่า ประเด็นประชากรเป็นประเด็นที่ชาติต่างๆ ในโลกพูดถึงกันมากในสหัสวรรษที่ 2000 เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรทั่วโลกได้ลดต่ำลง ในขณะที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น การสูงวัยของประชากรย่อมมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละประเทศ ในปี 2558 ประชากรโลกมี 7,349 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 901 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของประชากรทั้งหมด ส่วนทวีปเอเชียซึ่งมีประชากรราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก มีประชากรสูงอายุประมาณ 508 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 56 ของประชากรสูงอายุทั้งโลก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth